วันเสาร์ที่ 19 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ผักผลไม้เพื่อสุขภาพ


ผักผลไม้เพื่อสุขภาพ

 ผัก ผลไม้ แอปเปิ้ล ส้ม ฝรั่ง อาหาร
สุดยอด!!! ผักผลไม้เพื่อสุขภาพ
เพื่อสุขภาพพลานามัยที่ดีของคุณสาวๆ ขอแนะนำผักผลไม้ ชนิด สำหรับคุณผู้หญิงที่ได้รับการพิสูจน์แล้วว่ามีสารที่เป็นประโยชน์แก่หญิงทุกวัย ทำให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งงดงาม และยังช่วยชะลอความชราได้อีกด้วย ดังนี้
 ลูกพรุน (Prunes)
         ลูกพรุน เป็นแหล่งที่ดีของโปแตสเซียม เหล็กและไฟเบอร์ ที่สำคัญพรุนช่วยทำให้ผิวพรรณมีเลือดฝาด พรุนเป็นแหล่งธาตุเหล็กที่ดี พรุนแห้งหนึ่งขีดมีธาตุเหล็ก 2.78มิลลิกรัมและมีวิตามิน ซี ซึ่งช่วยในการดูดซึมธาตุต่าง ๆ เข้าสู่ร่างกาย ดังนั้นหากคุณผู้หญิงอยากมีร่างกายแข็งแรง สมบูรณ์ริมฝีปากแดงสดเหมือนสตรอเบอรี่ แก้มแดงใสเหมือนลูกเชอรี่โดยไม่ต้องใช้เครื่องสำอาง ดูเป็นคนที่มีสุขภาพดีสมบูรณ์ด้วยเลือดฝาด
  ถั่ว
           ผู้หญิงทุกคนอยากมีหุ่นสวยเพรียว ไม่มีไขมันส่วนเกินสะสมถั่วช่วยคุณได้ค่ะ ถั่วเป็นอาหารที่อุดมไปด้วยโปรตีน เหล็ก วิตามินบีนอกจากนี้นักวิทยาศาสตร์ยังค้นพบว่าเมื่อคุณรับประทานอาหารที่มีไฟเบอร์ชนิดที่ละลายน้ำได้ (ซึ่งถั่วมีอยู่แล้วมากมาย)ไฟเบอร์จะเคลือบผิวกระเพาะทำให้รู้สึกอิ่มเร็วและอิ่ม-นานความอยากอาหารจะลดลง ซึ่งแน่นอนว่ามีประโยชน์กับคุณสุภาพสตรีที่ต้องการลดความอ้วนเป็นอย่างมาก
แอปเปิ้ล ผลไม้
  แอปเปิ้ล            มีสารสำคัญ คือ เบต้าแคโรทีน วิตามินซีและเส้นใยไฟเบอร์ชนิดละลายน้ำ ที่ชื่อ เพคติน แต่ที่น่าสนใจสำคัญคุณผู้หญิงทั้งหลายคือ เจ้าตัว เพคตินนี้มีคุณสมบัติช่วยลดความอยากอาหาร ลดน้ำหนัก และลดโคเลสเตอรอล หากคุณหิวจนตาลาย แต่ยังไม่ถึงเวลาอาหารแอปเปิ้ลสักลูกจะช่วยลดความหิวได้ เพราะแอปเปิ้ลมีแป้ง และน้ำตาลในรูปของน้ำตาลโมเลกุลเดี่ยวถึง75 %ทำให้ร่างกายสามารถดูดซึมน้ำตาลพิเศษชนิดนี้ได้รวดเร็วและนำไปใช้ประโยชน์ได้ ในเวลาไม่เกิน 10 นาที
 บรอคโคลี่
           เป็นพืชอีกชนิดหนึ่งที่เหมาะอย่างยิ่งสำหรับคุณสุภาพสตรีทั้งหลาย เพราะบรอค-โคลี่เป็นแหล่งซีลีเนียมตามธรรมชาติซึ่งเจ้าตัว ซีลีเนียมนี้ที่ช่วยบำรุงผิวพรรณ
 (ซีลี-เนียมจะช่วยเพิ่มความยืดหยุ่นให้กับผิวหนัง จึงทำให้ผิวดูอ่อนวัยนุ่มนิ่ม มีน้ำมีนวลเหมือนหนุ่มสาว) แถมยังช่วยลบริ้วรอยเหี่ยวย่นอีกด้วย
 กล้วยไข่
            กล้วยทุกชนิด ดีต่อสุขภาพแต่กล้วยไข่ดีเป็นพิเศษ ในเรื่องของสารต้านอนุมูลอิสระที่เรารู้จักกันดี คือ เบต้าแคโรทีนโดยธรรมชาติ เมื่อเราอายุพ้นยี่สิบสองไปแล้วความเจริญเติบโตของร่างกายจะเริ่มหยุดชะงัก ความเสื่อมในส่วนต่างๆ ของร่างกายก็จะเริ่มมาเยือนอย่างช้าๆ
  ฝรั่ง
            ฝรั่ง ขีดมีวิตามินซีสูงถึง180 มิลลิกรัม วิตามินซีมีบทบาทในการสร้างคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณเต่งตึงไม่แก่ก่อนวัยวิตามินซี เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ซึ่งเจ้าตัวสารต้านอนุมูลอิสระนี้เองที่ทำให้คอลลาเจนและอีลาสตินเสื่อมสภาพผิวหนังแห้งเหี่ยว เกิดริ้วรอยตีนกาวิตามินซี มีความสำคัญต่อการสร้าง และบำรุงเนื้อเยื่อเกี่ยวพัน(ConnectiveTissue)เซลล์นับล้านๆ ตัวเกาะเกี่ยวกันเป็นร่างกายได้ด้วยเนื้อเยื่อที่เรียกว่า คอลลาเจนมันคือคอลลาเจนตัวเดียวกันกับคอลลาเจนที่ทำให้ผิวพรรณบนใบหน้าของคุณผู้หญิงทั้งหลายเต่งตึงนั่นเอง และเพราะฝรั่งอุดมไปด้วยวิตามินซีนั่นเอง คุณๆทั้งหลายที่อยากคงความเป็นหนุ่มเป็นสาวให้แก่ผิวสวยไว้นานๆน่าจะลองหันมารับประทานฝรั่งเป็นประจำ
ส้ม แอปเปิ้ล ผลไม้   ส้ม
           แหล่งวิตามิน เกลือแร่ และเส้นใยธรรม-ชาติ การรับประทานส้มโดยไม่คายกากจะช่วยคุมน้ำหนักได้อีกวิธีหนึ่ง เพราะจะทำให้รู้สึกอิ่มท้องเร็ว เป็นประโยชน์สำหรับคนที่ต้องการลดน้ำหนักได้อย่างดีทีเดียวค่ะ นอกจากนี้ หากรู้สึกหิวก่อนเวลา แทนที่จะนึกถึงเค้กก้อนโต หรือโดนัทชิ้นใหญ่ให้ลองหยิบส้มสักลูกเข้าปากแทนจะได้ประโยชน์มากกว่าในราคาที่ถูกกว่าด้วย

         ผักและผลไม้ทั้ง ชนิดที่กล่าวมาข้างต้นนั้นเป็นเพียงแนวทางเบื้องต้น สำหรับคุณๆ ผู้หญิงทุกท่านที่ต้องการรักษาสุขภาพ นอกจากผักผลไม้ทั้งเจ็ดนี้แล้วผักและผลไม้อื่นๆ ก็มีคุณประโยชน์ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันสถาบันโภชนาการแห่งชาติอเมริกาจึงได้แนะนำขนาด-ในการรับประทานผักผลไม้ในแต่ละวันว่า ควรจะรับประทานรวมกันให้ได้วันละครึ่งกิโล หรือ ขีดจะช่วยให้คุณๆทั้งหลายมีสุขภาพแข็งแรง แจ่มใส ปราศจากโรคภัยไข้เจ็บมารบกวน 

ขนมไทย

ขนมไทย







ขนมไทย มีเอกลักษณ์ด้านวัฒนธรรมประจำชาติไทยคือ มีความละเอียดอ่อนประณีตในการเลือกสรรวัตถุดิบ วิธีการทำ ที่พิถีพิถัน รสชาติอร่อยหอมหวาน สีสันสวยงาม รูปลักษณ์ชวนรับประทาน ตลอดจนกรรมวิธีการรับประทานที่ปราณีตบรรจงของขนมแต่ละชนิด ซึ่งยังแตกต่างกันไปตามลักษณะของขนมชนิดนั้นๆ

ประวัติความเป็นมาของขนมไทย


ในสมัยโบราณคนไทยจะทำขนมเฉพาะวาระสำคัญเท่านั้น เป็นต้นว่างานทำบุญ เทศกาลสำคัญ หรือต้อนรับแขกสำคัญ เพราะขนมบางชนิดจำเป็นต้องใช้กำลังคนอาศัยเวลาในการทำพอสมควร ส่วนใหญ่เป็น ขนบประเพณี เป็นต้นว่า ขนมงาน เนื่องในงานแต่งงาน ขนมพื้นบ้าน เช่น ขนมครก ขนมถ้วย ฯลฯ ส่วนขนมในรั้วในวังจะมีหน้าตาจุ๋มจิ๋ม ประณีตวิจิตรบรรจงในการจัดวางรูปทรงขนมสวยงาม
ขนมไทยดั้งเดิม มีส่วนผสมคือ แป้ง น้ำตาล กะทิ เท่านั้น ส่วนขนมที่ใช้ไข่เป็นส่วนประกอบ เช่น ทองหยิบ ทองหยอด เม็ดขนุน นั้น มารี กีมาร์ เดอ ปีนา (ท้าวทองกีบม้า)หญิงสาวชาวโปรตุเกส เป็นผู้คิดค้นขึ้นมา
ขนมไทยที่นิยมทำกันทุกๆ ภาคของประเทศไทย ในพิธีการต่างๆ เนื่องในการทำบุญเลี้ยงพระ ก็คือขนมจากไข่ และมักถือเคล็ดจากชื่อและลักษณะของขนมนั้นๆ งานศิริมงคลต่างๆ เช่น งานมงคลสมรส ทำบุญวันเกิด หรือทำบุญขึ้นบ้านใหม่ ส่วนใหญ่ก็จะมีการเลี้ยงพระกับแขกที่มาในงาน เพื่อเป็นศิริมงคลของงานขนมก็จะมีฝอยทอง เพื่อหวังให้อยู่ด้วยกันยืดยาว มีอายุยืน ขนมชั้นก็ให้ได้เลื่อนขั้นเงินเดือน ขนมถ้วยฟูก็ขอให้เฟื่องฟู ขนมทองเอกก็ขอให้ได้เป็นเอก เป็นต้น
สมัยรัตนโกสินทร์ จดหมายเหตุความทรงจำของกรมหลวงนรินทรเทวี กล่าวไว้ว่าในงานสมโภชพระแก้วมรกตและฉลองวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ได้มีเครื่องตั้งสำรับหวานสำหรับพระสงฆ์ 2,000 รูป ประกอบด้วย ขนมไส้ไก่ ขนมฝอย ข้าวเหนียวแก้ว ขนมผิงกล้วยฉาบ ล่าเตียง หรุ่ม สังขยา ฝอยทอง และขนมตะไล
ในสมัยรัชกาลที่ 5 มีการพิมพ์ตำราอาหารออกเผยแพร่ รวมถึงตำราขนมไทยด้วย จึงนับได้ว่าวัฒนธรรมขนมไทยมีการบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษรครั้งแรก ตำราอาหารไทยเล่มแรกคือแม่ครัวหัวป่าก์ เขียนโดยท่านผู้หญิงเปลี่ยน ภาสกรวงศ์ ในหนังสือเล่มนี้ มีรายการสำรับของหวานเลี้ยงพระได้แก่ ทองหยิบ ฝอยทอง ขนมหม้อแกง ขนมหันตรา ขนมถ้วยฟู ขนมลืมกลืน ข้วเหนียวแก้ว วุ้นผลมะปราง
ในสมัยต่อมาเมื่อการค้าเจริญขึ้นในตลาดมีขนมนานาชนิดมาขาย ทั้งขายอยู่กับที่ แบกกระบุง หาบเร่ และมีการปรับปรุงการบรรจุหีบห่อไปตามยุคสมัย เช่นในปัจจุบันมีการบรรจุในกล่องโฟมแทนการห่อด้วยใบตองในอดีต



วันศุกร์ที่ 4 พฤษภาคม พ.ศ. 2555

ดาวหาง

ดาวหาง








ดาวหางคืออะไร

ช่วงประมาณเดือนที่แล้ว วงการดาราศาสตร์คึกคักอีกครั้ง กับการเปิดตัว superstar คนใหม่แห่งฟากฟ้า  นั่นก็คือ ดาวหางโฮล์มส์นั่นเอง เป็นอะไรที่ตื่นเต้นมากๆนะครับ  เพราะอยู่ๆมันก็สว่างขึ้นมาเป็นล้านเท่าซะงั้น  เอาล่ะ วันนี้มารู้จักดาวหางกันให้มากกว่านี้ดีกว่าครับ
ดาวหาง (Comet) เป็นวัตถุหนึ่งในระบบสุริยะของเรา  มีรากศัพท์มาจากภาษาละตินคือคำว่า Coma ที่แปลว่า “เส้นผม”  สำหรับการอธิบายลักษณะของดาวหางได้ดีที่สุดคงเป็นคำว่า “ก้อนน้ำแข็งสกปรก”เพราะดาวหางประกอบด้วยน้ำแข็ง ก๊าซต่างๆเช่น คาร์บอนไดออกไซด์ มีเทน แอมโมเนีย  นอกจากนี้ยังมีฝุ่นกับหินปะปนอยู่อีกด้วย (เป็นไง สกปรกจริงมั้ยล่ะ)  มีแหล่งกำเนิดอยู่บริเวณนอกระบบสุริยะโน่นแน่ะ ในสมัยโบราณ ผู้คนชอบเปรียบเทียบดาวหางว่าเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคร้าย  เมื่อดาวหางปรากฏครั้งใด  ก็จะนำหายนะมาสู่โลกเสมอ  จริงๆแล้วมันไม่เกี่ยวกันซักกะนิด มันแค่บังเอิญน่ะครับ  แต่ถ้าดาวหางดวงนั้นจะพุ่งมาชนโลก  ที่เขาว่าไว้ก็คงจะเป็นจริงแฮะ
ดาวหางประกอบด้วยองค์ประกอบหลักๆ 3 ส่วนก็คือ
1.นิวเคลียส (Nucleus) ก็คือก้อนน้ำเข็งที่อยู่ใจกลางดาวหาง
2.โคมา (Coma)  เป็นกลุ่มก๊าซที่ระเหิดอยู่อย่างหนาแน่น ห้อมล้อมนิวเคลียสไว้หาง 
3.(Tail) หางมีสองชนิดคือ หางฝุ่นและหางไอออน  ส่วนมากที่เราเห็นกันชัดๆนั่นเป็นหางฝุ่นครับ  ส่วน         หางไอออนนั้น เกิดจากการเรืองแสงของไอออนบริเวณหัวดาวหาง เมื่อได้รับพลังงานจากลมสุริยะครับ
Comet-Hale-Bopp
ภาพดาวหางเฮลล์-บ็อบพ์ หางฝุ่นก็คือส่วนที่เป็นสีขาว ส่วนหางไอออนคือสีน้ำเงินครับ
นักดาราศาสตร์จำแนกดาวหางออกเป็น 2 ประเภทครับ  คือดาวหางคาบสั้น (Short Peroid Comet)  มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์ต่ำกว่า 200 ปี  และอีกประเภทหนึ่งคือ ดาวหางคาบยาว (Long Period Comet) ที่มีคาบการโคจรรอบดวงอาทิตย์มากกว่า 200 ปีขึ้นไป  ส่วนมากวงโคจรของดาวหางเป็นรูปวงรี  และไม่ค่อยมีระนาบกันซักเท่าไหร่  แต่ก็มีบางดวงนะครับ ที่วงโคจรไม่ได้เป็นวงรี  แต่เป็นรูปพาราโบลา  เข้ามาหาดวงอาทิตย์ครั้งหนึ่งแล้วก็ออกไป ไม่กลับมาอีกเลย
สิ่งที่ทำให้ดาวหางส่องแสงสว่างขึ้นมาได้  ก็เพราะได้รับพลังงานจากดวงอาทิตย์ครับ  ยิ่งเข้าใกล้ดวงอาทิตย์มากเท่าไหร่  หางก็จะยิ่งยาวขึ้นเท่านั้น สำหรับดางหางที่มีชื่อเสียงในอดีต เช่น
image_comet   ดาวหาง McNaught ปี 2007 สว่างที่สุดในรอบ 40 ปี
bradfld2e   ดาวหาง Hyakutake ปี 1997
Lspn_comet_halley   ดาวหาง Helley ปี 1986


Credit : http://armno.in.th/2008/01/13/what-is-comet

วันพุธที่ 25 เมษายน พ.ศ. 2555

ปะการัง

ปะการัง







 ปะการัง

ปะการังเป็น สัตว์ไม่มีกระดูกสันหลัง ในทะเล ที่อาศัยอยู่ตามชายฝั่งทะเลน้ำตื้น ระดับที่แสงสว่าง ส่องลงไปถึง และไม่พบใน แหล่งน้ำจืดเลย ปะการังทั่วโลก มีจำนวนรวมกัน ประมาณ 700 ชนิด และพบในทะเลไทยประมาณ 350 ชนิด ปะการัง มีรูปร่างเป็น ทรงกระบอก ด้านบนมีปากอยู่ตรงกลาง และมีหนวดจำนวนมาก เรียงราย อยู่โดยรอบ และ เรียกชื่อลักษณะดังกล่าวนี้ว่า "โฟลิป" ( polyp ) ปะการังส่วนใหญ่ อาศัยอยู่รวมกัน เป็นกลุ่มและมีเนื้อเยื่อ ติดต่อถึงกัน ซึ่งเรียกว่า โคโลนี (colony) 

ปะการังมีโครงค้ำจุนร่างกาย เป็นสารประกอบ จำพวกหินปูน เมื่อตัวปะการังตายแล้ว จึงเหลือแต่โครงเป็นช่องๆ ซึ่งเคยเป็นที่อยู่อาศัยของ แต่ละโพลิปนั่นเอง ตัวอย่างของ ซากปะการังชนิดนี้ คือปะการังผึ้ง ซึ่งอาศัยอยู่รวมกันเป็นโคโลนี 
ปะการังเป็นสัตว์ในไฟลั่มไนดาเรีย (Cnidaria) ซึ่งมีเซลล์พิเศษ ทำหน้าที่สร้างเข็มพิษ เรียกว่า นีมาโตซีส ( ืnematocyst ) ลักษณะเป็นกระเปาะกลมภายในบรรจุน้ำพิษ มีท่อเป็น สายยาวใช้แทงเข้าไป ในเนื้อเยื่อหรือศัตรู น้ำพิษของปะการังนั้นมีพิษ น้อยมาก
ภายในเนื้อเยื่อของปะการัง มักมีสาหร่ายเซลล์เดียวขนาดเล็ก จำนวนมากอาศัยอยู่ จึงทำให้ ปะการังมีสีเขียวหรือ สีเหลืองทอง สาหร่ายเหล่านี้สังเคราะห์แสงได้แป้งและออกซิเจน เป็นประโยชน์ ต่อการดำรงชีพของปะการัง 
แนวปะการังที่พบใน ทะเลไทยเป็น แนวปะการังริมชายฝั่งน้ำตื้น พบอยู่บริเวณชายฝั่ง และรอบเกาะแก่งต่างๆ ทั้งในอ่าวไทย และทะเลอันดามัน หากเป็นช่วงที่น้ำทะเลขึ้นสูง น้ำทะเลจะท่วมแนว ปะการังที่ติดชายฝั่ง ประมาณ 3-4 เมตร โดยจะสังเกต แนวปะการังได้จากผิวทะเล 
ปะการังมีประโยชน์อย่างยิ่งต่อมนุษย์ ทั้งทางตรงและทางอ้อม แนวปะการัง เป็นระบบนิเวศน์ที่อุดมสมบูรณ์ที่สุดใน ทะเล เพราะเป็นแหล่งที่อยู่อาศัย แหล่งเพาะพันธุ์วางไข่ของสัตว์น้ำนานาชนิด เช่น กุ้ง หอย ปู ปลา ที่มนุษย์นำมาบริโภค แนวปะการังช่วยลด ความรุนแรง ของคลื่นที่ซัด เข้าสู่ชายฝั่ง แนวปะการัง มีความสวยงาม เหมาะสำหรับ การท่องเที่ยว ช่วยให้ เกิดรายได้แก่ ท้องถิ่น 
แนวปะการังมักถูกบุกรุก ทำลายโดยมนุษย์เป็นส่วนใหญ่ เช่นการใช้ระเบิด จับปลา การทิ้งสมอเรือใน แนวปะการัง การเก็บหักปะการัง นำไป ประดับตอแต่ง การเหยียบย่ำ การทำเหมือแร่ริมชายฝั่ง ตลอดจนการ ปล่อยน้ำเสีย ลงสู่ชายฝั่งที่มีแนวปะการัง เหล่านี้ล้วนแล้วแต่ เป็นการทำลาย สภาวะแวดล้อมของแนวปะการัง ให้เสื่อมโทรมลง 
การศึกษาถึงชนิดและ ประโยชน์ของปะการัง จะช่วยสร้างจิดสำนึก ให้ทุกคน ร่วมมือกันอนุรักษ์ แนวปะการัง เป็นแหล่งทรัพยากร ธรรมชาติ ที่มี คุณค่าและเป็นสมบัติของทุกคนไว้สืบไป

Credit By : 

เนื้อหา และ ภาพถ่าย:  รศ. สุรินทร์ มัจฉาชีพ
จาก CD-ROM เพื่อการศึกษา ปะการังใต้ทะเล ของบริษัท ไทยอินฟอร์เมชั่นพับลิชชิ่งซิสเต็มส์ จำกัด 

วันศุกร์ที่ 20 เมษายน พ.ศ. 2555

ฟอสซิล




ฟอสซิล "อสูรกายทะเล" ใหญ่ยักษ์สุดๆ แค่ครีบก็ 3 เมตร

เปรียบเทียบเฉพาะครีบของพีลิโอซอร์อย่างเดียวก็ยาวถึง 3 เมตร

บีบีซีนิวส์ - นักวิจัยนอร์เวย์เผยฟอสซิล "อสูรกายทะเล" ใหญ่ยักษ์สุดๆ ยาวได้ถึง 15 เมตร เฉพาะครีบก็ยาวถึง 3 เมตร ใช้ขากรรไกรขบรถเก๋งให้ขาดครึ่งได้สบาย ระบุสัตว์ดึกดำบรรพ์ยุคจูราสสิคนี้เป็นสัตว์เลื้อยคลานทางทะเลใหญ่ที่สุดเท่าที่เคยค้นพบ

นักวิทยาศาสตร์จากพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยา มหาวิทยาลัยออสโล (University of Oslo Natural History Museum) ในนอร์เวย์ เผยตัวอย่างฟอสซิลอายุ 150 ล้านปีซึ่งพบเมื่อปี 2549 ที่สปิทสเปอร์เกน (Spitspergen) เกาะในอาร์กติกซึ่งอยูในแนวเดียวกับหมู่เกาะสวัลบาร์ด (Svalbard) โดยสัตว์ทะเลขนาดใหญ่ในยุคจูราสสิกนี้เป็นหนึ่งในสัตว์เลื้อยคลานทะเล 40 ชนิดจากกองฟอสซิลอีกมากมายที่ยังไม่พบในเกาะดังกล่าว

สัตว์เลื้อยคลานชนิดนี้ได้รับการตั้งชื่อว่า 
"อสูรกาย" (The Monster) และคาดว่าสิ่งมีชีวิตดึกดำบรรพ์ขนาดใหญ่นี้อาจมีความยาวจากจมูกถึงหาง 15 เมตร 
ภาพจำลองแสดงหน้าตาของพีลิโอซอร์

อสูรกายเลื้อยคลานที่พบเป็นชนิด "พีลิโอซอร์" (pliosaur) ซึ่ง ดร.จอร์น ฮูรัม (Dr.Jorn Hurum) ผู้อำนวยการคณะสำรวจดังกล่าวจากมหาวิทยาลัยพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาออสโล เผยว่าตัวอย่างที่พบในสวัลบาร์ดนั้นมีขนาดใหญ่กว่าสัตว์เลื้อยคลานทะเลขนาดใหญ่ที่สุดซึ่งเคยพบก่อนหน้านี้จากออสเตรเลียที่ชื่อโครโนซอรัส (Kronosaurus) อยู่ถึง 20%

เมื่อรวมกับส่วนเล็กๆ ที่หายไปส่วนครีบจะมีความยาว 3 เมตร ทั้งนี้เราได้ประกอบชิ้นส่วนกระดูกทั้งหมดที่ฐานปฏิบัติการของเราและเราก็ต้องประหลาดใจกันเองเพราะเราไม่เคยเห็นชิ้นส่วนเหล่านี้ประกอบเข้าด้วยกันมาก่อนเลย" ดร.ฮูรัมกล่าว
ภาพจำลองแสดงการล่าเหยื่อของพีลิโอซอร์ขณะจับไดโนเสาร์พันธุ์ "ทีโรซอร์" (pterosaur)
พีลิโอซอร์นั้นญาติคอสั้นของสัตว์เลื้อยคลานดึกดำบรรพ์พันธุ์ "พลีซิโอซอร์" (plesiosaur) ซึ่งเป็นกลุ่มของสัตว์เลื้อยคลานซึ่งสูญพันธุ์ไปแล้วที่อาศัยอยู่ในมหาสมุทรระหว่างยุคของไดโนเสาร์ รูปร่างของพลีซิโอซอร์เป็นลักษณะหยดน้ำที่มีปีกอันทรงพลัง 1 คู่ซึ่งใช้คลื่อนตัวเองใต้น้ำ
 
"สัตว์เหล่านี้เป็นนักล่าที่ทรงพลังอย่างน่าสะพรึงกลัว ถ้าคุณลองเปรียบเทียบกะโหลกของพีลิโอซอร์ขนาดใหญ่กับจรเข้ เป็นที่ชัดเจนว่าสัตว์ดึกดำบรรพ์มีโครงสร้างสำหรับกัดที่ดีกว่ามากๆ จากการเปรียบเทียบกับจรเข้คุณจะได้ขนาดกล้ามเนื้อใหญ่กว่า 3-4 เท่า จึงทั้งใหญ่กว่า มีกล้ามเนื้อที่ใหญ่และแข็งแรงกว่า และมีขากรรไกรที่แข็งแกร่ง พิลิโอซอร์ขนาดใหญ่นั้นใหญ่โตพอที่งับรถเก๋งแล้วกัดให้ขาดออกเป็น 2 ท่อนได้" ริชาร์ด ฟอร์เรสต์ (Richard Forrest) นักบรรพชีวินวิทยาผู้เชี่ยวชาญเรื่องพลีซิโอซอร์กล่าว

การขุดซากฟอสซิลของทีมนักวิจัยนอร์เวย์ยังพบพลีซิโอซอร์ญาติคอยาวของพีลิโอซอร์ด้วย
ด้านแองเจลา มิลเนอร์ (Angela Milner) ผู้ดูแลด้านบรรพชีวินวิทยาในพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในลอนดอน อังกฤษกล่าวว่า การค้นพบนี้ก็ช่วยคลายข้อสงสัยได้มากให้กับความรู้เเรื่องนักล่าทางทะเลที่อยู่อันดับบนสุดของห่วงโซ่อาหาร การที่พีลิโอซอร์เป็นสัตว์เลื้อยคลานและต้องไม่ใช่สัตว์เลือดอุ่นอย่างแน่นอนนั้นเป็นการพิสูจน์ที่ดีถึงทฤษฎีเกี่ยวกับแผ่นดินโลกเคลื่อนที่และภูมิอากาศโบราณ เมื่อ 150 ล้านปีมาแล้วสวัลบาร์ดไม่ได้ใกล้กับขั้วโลกเหนือนัก บริเวณดังกล่าวไม่มีน้ำแข็งปกคลุมและสภาพอากาศก็อบอุ่นกว่าในปัจจุบัน

ภาพขณะทีมสำรวจฟอสซิลจากนอร์เวย์ทำงานด้วยความยากลำบากท่ามกลางสภาพแวดล้อมที่ทารุณ

ฟอสซิลของ "อสูรกาย" ถูกขุดขึ้นมาเมื่อเดือน ส.ค.ปีที่แล้วและถูกส่งไปยังพิพิธภัณฑ์ธรรมชาติวิทยาในออสโล ซึ่งสมาชิกทีมในการค้นฟอสซิลสัตว์โบราณต้องเคลื่อนย้ายหินหนักหลายร้อยตันด้วยมือเปล่า ท่ามกลางลมพัดแรง หมอก ฝนและอุณหภูมิระดับเยือกแข็ง และการเผชิญการคุกคามจากการถูกจู่โจมโดยหมีขั้วโลก โดยสิ่งที่เขาเหล่านั้นค้นพบคือจมูก ฟันบางส่วน ปาก หลัง ไหล่และครีบที่เกือบจะสมบูรณ์ แต่โชคร้ายที่ส่วนหัววางอยู่ในตำแหน่งที่แม่น้ำไหลผ่าน ดังนั้นกะโหลกส่วนมากจึงถูกกระแสน้ำพัดหายไป
"พีลิโอซอร์" (pliosaur)
"พลีซิโอซอร์" (plesiosaur)



สร้างโดย: 
sss28280

วันอังคารที่ 17 เมษายน พ.ศ. 2555

ประวัติ เฮลโล คิตตี้

HELLO KITTY











ประวัติ เฮลโล คิตตี้


ผู้ที่ให้กำเนิด เจ้าเหมียวสีชมพูหวานแหววเป็นคนแรก คือ อีกูโกะ ชิมิซู ดีไซเนอร์ของบริษัทซานริโอ เธอออกแบบเอาไว้เมื่อปี 1974 ทว่า หลังจากที่สร้างเฮลโล คิตตี้ ขึ้นมาเพียงปีเดียว เธอก็ออกจากบริษัท และผู้ที่มารับหน้าที่เป็นดีไซเนอร์ให้ คิตตี้ คนที่สองต่อจากชิมูซู ก็คือ เซ็ตซูโกะ โยนิกูโบ ซึ่งรับช่วงต่อเป็นเวลา 5 ปี ก่อนที่จะส่งมอบหน้าที่ดังกล่าวมาให้ ยูโกะ ยามางูชิ ซึ่งยังคงเป็นดีไซเนอร์ให้กับเจ้าเหมียว คิตตี้มาจนถึงปัจจุบัน 

อันที่จริง หนูๆ ทั้งหลายจะเรียกคิตตี้ว่า เจ้าแมวน้อยไม่ได้แล้วนะ เพราะหากนับตั้งแต่วันที่เธอถือกำเนิดขึ้นมา (1 พฤศจิกายน 1974) จนถึงตอนนี้อายุอานามของเธอก็ปาเข้าไปจะ 32 ปีแล้ว คงจะเป็นคุณน้า คุณป้าแล้วกระมัง 

ที่เฮลโล คิตตี้ มีชื่อเป็นภาษาอังกฤษก็เพราะว่า ในช่วงที่มันถูกสร้างขึ้นมานั้น กระแสนิยมในวัฒนธรรมแบบชาวผู้ดีเป็นที่คลั่งไคล้มากในหมู่เด็กสาวแดนปลาดิบ ซึ่งเป็นกลุ่มเป้าหมายทางการตลาดของบริษัทซานริโอ โดยชื่อคิตตี้ มาจาก ชื่อแมวตัวหนึ่งของ อลิซ ซึ่งเป็นตัวละครในหนังสือชื่อ "Through the Looking-Glass " ของ ลูว์อิส แคร์โรล 

เดิมที คิตตี้ถูกสร้างขึ้นมาเพื่อใช้เป็นตราสัญลักษณ์ให้แก่ผลิตภัณฑ์ประเภทของใช้กระจุกกระจิกสำหรับเด็กสาว ตัวอย่างเช่น อุปกรณ์เครื่องเขียน หรือกระเป๋าสตางค์ เป็นต้น 

แต่ปัจจุบัน ตราสัญลักษณ์รูปเจ้าเหมียวสีชมพูไม่มีปากตัวนี้ได้โผล่ไปปรากฏอยู่บนผลิตภัณฑ์แทบจะทุกชนิดเรียกได้ว่าตั้งแต่สากกระเบือยันเรือรบเลยทีเดียว ด้วยเพราะกระแสนิยมในตัวเจ้าเหมียวที่แพร่กระจายออกไปทั่วโลกนี่เองที่ทำให้ไม่ว่าบริษัทซาริโอ จะผลิตสินค้าตัวใหม่ตัวไหนออกมาสู่ตลาด ก็จะได้รับการตอบรับจากบรรดาคิตตี้แฟนคลับอยู่เสมอๆ 

กระแสนิยมในตัวคิตตี้ทำให้เธอไม่ได้เป็นเพียงแค่ตราสัญลักษณ์บนผลิตภัณฑ์ หากแต่เธอยังถูกจับให้เป็นตัวการ์ตูนที่มีชีวิต จิตใจ มีประวัติส่วนตัว ไม่ต่างจากตัวการ์ตูนยอดนิยมๆ ตัวอื่นๆ อีกด้วย 

การ์ตูนเฮลโล คิตตี้ เรื่องแรกสุด (Hello Kitty's Furry Tale Theatre) ออกอากาศเมื่อปี 1987 ก่อนที่ผู้ผลิตการ์ตูนทีวีชาวอเมริกันจะสร้างการ์ตูน "Hello Kitty and Friends" ออกมาเผยแพร่ทางช่องซีบีเอสในปี 1991 

จากนั้น ทางฝั่งญี่ปุ่นก็ได้สร้าง "Hello Kitty's Paradise" ที่มีความยาว 16 ตอนออกมา โดยออกอากาศระหว่างปี 1993 - 1994 และมีการนำไปแปลงเป็นเวอร์ชันภาษาอังกฤษ และออกอากาศในเดือนพฤศจิกายน 2002 

จากการ์ตูนทีวีนี่เอง ที่ทำให้เรารู้จักตัวตนที่แท้จริงของคิตตี้และครอบครัวมากยิ่งขึ้น จะมีซักกี่คนที่รู้ว่าแท้จริงแล้วคิตตี้เกิดที่มหานครลอนดอนไม่ใช่กรุงโตเกียว และเธอยังมีพี่น้องฝาแฝดอีกหนึ่งตัว ชื่อว่า "มิมมี" นอกจากนี้ เธอยังมีคนรู้ใจแล้วด้วยชื่อว่า "เดียร์ ดาเนียล" ผู้ซึ่งได้มอบหนูแฮมสเตอร์ที่ชื่อว่า "ซูการ์" ให้แก่คิตตี้เป็นสัตว์เลี้ยงแทนใจ ทว่า คิตตี้ยังมีสัตว์เลี้ยงอีกตัวหนึ่งเป็นแมวน้อยขนปุยนามว่า "ชามมี" ซึ่งมีหน้าตาละม้ายคล้ายกับคิตตี้เป็นอย่างยิ่ง โดยจอร์จ ไวต์ ผู้เป็นพ่อของเธอเป็นผู้มอบให้

หอยนางรม









 หอยนางรม

ช้อมูลเกี่ยวกับหอยนางรม

หอยนางรมอาหารทรงคุณค่า สำหรับสุภาพบุรุษ หอยนางรม เป็นอาหารทะเลที่นิยมบริโภคกันอย่างแพร่หลาย เป็นอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการสูง
เนื้อหอยนางรมนอกจากสามารถรับประทานสดๆ และปรุงอาหารได้หลายหลายแล้วยังนำมาแปรรูปเป็นอาหารสำเร็จรูปได้อีกด้วย หอยนางรมอุดมไป ด้วยคุณค่าทางอาหาร คือเป็นแหล่งของวิตามินเอ บีหนึ่ง บีสอง บีสาม ซี และดี การบริโภคหอยนางรม ตัวที่มีีขนาดกลาง 4-5 ตัว ช่วยให้ร่างกาย ได้รับแร่ธาตุและสารอาหารประเภท แร่เหล็ก คอปเปอร์ ไอโอดีน แมกนีเซียม แคลเซียม ซิงค์ แมงกานีส ฟอสฟอรัส โปรตีน และแคลซียม อย่างไรก็ตาม หอยนางรมดิบ อาจมีเชื้อแบคทีเรียปะปนอยู่ 
เมื่อรับประทานเข้าไปแล้วแทนที่จะให้ประโยชน์ กลับทำให้เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น อาจทำให้ปวดท้อง ท้องเสีย หรือ รุนแรงถึงขั้นเสียชีวิต หอยนางรมกับสุขภาพทางเพศชาย ภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศหรือสมรรถภาพทางเพศถดถอยเกิดจากหลายสาเหตุ แต่ในปัจจุบันพบว่าผู้ชายมีความต้องการทางเพศน้อยลง
อันเนื่องมาจากความเครียด ภาวะบีบคั้นจากสภาพเศรษฐกิจ สังคม และหลายๆปัจจัยจากการวิจัยพบว่าความเครียดจะส่งผลให้เซลล์ต่างๆใน
ร่างกายเสื่อมเร็วขึ้น ทำให้ฮอร์โมนต่างๆ ในร่างกายหลั่งน้อยลงกว่าปกติและถ้าความเครียดถูกสะสมไว้นานๆ อาจมีผลทำให้การทำงานของ
อวัยวะในหลายๆระบบบกพร่องไปด้วย ซึ่งอวัยวะเพศ และความรู้สึกทางเพศนั้น มีส่วนสัมพันธ์กับความเครียดอย่างมาก ยิ่งความเครียดสูง
การหลั่งฮอร์โมนเพศจะลดลง ส่งผลให้ความต้องการทางเพศลดลงเป็นลำดับ หากปล่อยไว้นานไปจะมีผลทำให้อวัยวะ เพศเสื่อมสมรรถภาพได้
เนื่องจากกล้ามเนื้อในส่วนดังกล่าวไม่ได้ถูกใช้งาน หอยนางรมมีสารประกอบสำคัญ คือ เทารีน (Taurine ) ซึ่งส่งผลต่อการทำงานของระบบ
ประสาท มีผลต่อการทำงานของต่อมหมวกไต ซึ่งมีหน้าที่หลั่งฮอร์โมนเพศ และมีส่วนเกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานให้กับร่างกาย ทอรีนจะมีธาตุ
สังกะสี (Zinc) เป็นตัวส่งเสริมการออกฤทธิ์ให้ได้ผลดียิ่งดีขึ้น ซึ่งเราจะพบ Zinc ได้มากในหอยนางรม ดังนั้น หอยนางรมสามารถนำมาเป็น อาหาร
เพื่อส่งเสริมสุขภาพหรือสมรรถภาพทางเพศได้อย่างดีอีกด้วย
คุณสมบัติและสารประกอบที่พบในหอยนางรม
ทอรีน (Taurine) เป็นกรดอะมิโนตัวหนึ่งที่หลายคนยังไม่รู้จัก ทอรีนนี้ มีความสำคัญยิ่งต่อกระบวนการต่างๆ ในร่างกายอย่างมาก โดยเฉพาะ ในสมองเพราะ
1. ทอรีนสามารถ ใช้ในผู้ที่มีความดันโลหิตสูง(Hypertension) โดยกลไกจะทำงานเกี่ยวข้องกับระบบ Renin-Angiotension ของไตซึ่งมี
หน้าที่ในการควบคุมความดันโลหิต
2. ทอรีนมีหน้าที่ ควบคุมการเข้าออกของอิออนต่างๆ จากเซลล์ ์เราจึง พบทอรีนมาก ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการส่งกระแส ประสาท เช่น สมอง
ส่วนกลางและพบมากในอวัยวะ ที่เกี่ยวข้องกับการรับสัมผัส และแหล่ง รวมกระแสประสาททั้งหลายนอกจากนี้ยังพบทอรีนมากในเนื้อเยื่อ ของ
กล้ามเนื้อลาย และหัวใจ 
3. ทอรีนยังช่วยการทำงานของตับและตับอ่อนโดยการสร้าง Taurocholate ซึ่งจะไปช่วยทำให้ไขมันที่รับประทานเข้าไปแตกตัวเป็นโมเลกุลเล็กๆ
สามารถถูกย่อยและเผาผลาญได้ง่ายขึ้นร่างกายของเราจึงสามารถนำพลังงานเหล่านั้นไปใช้เป็นกำลังงานในการทำกิจกรรมต่างๆ ได้เร็วขึ้น 
4. พบว่าสามารถใช้เทารีนในผู้ชายที่เป็นหมัน (Male Infertility) อันเนื่องจากSperm ไม่เคลื่อนที่หรือไม่มีกำลังเคลื่อนที่ซึ่งทอรีนจะ ช่วยให้สภาวะดัง
กล่าวดีขึ้นได้ 
ไกลโครเจน (Glycogen) เป็นแหล่งพลังงานที่สำคัญของร่างกาย ที่สามารถนำไปใช้งานได้โดยตรงในทันทีเมื่อร่างกาย ต้องการกำลังงานหรือ
อ่อนเพลียEssential Minerals เช่น สังกะสี(Zinc) ซึ่งเป็น ส่วนประกอบของฮอร์โมนเพศชายชื่อ Testosterone ที่เป็นฮอร์โมน สำคัญตัวหนึ่งในการ
สร้างให้เกิดความต้องการทางเพศของผู้ชายธาตุเหล็ก (Iron) ทองแดง(Copper) ไอโอดีน (Iodine) ซีลีเนียม (Selenium) ที่เป็นสารAntioxident
ป้องกันการเสื่อมของเซลล์ต่างๆ ในร่างกาย พร้อมทั้งยังสามารถกระตุ้นความต้องการ ทางเพศได้ด้วย 
การรับประทานหอยนางรมเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด
1.การรับประทานหอยนางรมสดๆจะมีอันตรายเพราะมีเชื้อไวรัสตับอักเสบ และพยาธิที่ก่อให้เกิดโรคติดตามมามากมาย หรือหอยที่ผ่านการ
ปรุงรสก็อาจจะไม่ได้รับสารอาหารครบถ้วน เพราะสารอาหารเหล่านั้น จะถูกความร้อนที่ใช้ในการปรุงอาหารทำลายไปแล้ว 
2.ทางออกที่ปลอดภัยและได้รับสารอาหารจากหอยนางรมครบถ้วนคือ การเลือกทานอาหารเสริมที่สกัดเอาคุณประโยชน์จากหอยนางรม
ได้อย่างครบถ้วนในปริมาณที่พอเหมาะกับร่างกายและปราศจากผลข้างเคียง 
จะเห็นได้ว่าการทานสารสกัดจากหอยนางรมนั้น มีประโยชน์สำหรับเพศชายเป็นอย่างมาก คุณผู้ชายทุกคนไม่ควรละเลย
เรื่องสุขภาพ เพื่อตัวคุณเอง และคนที่คุณรัก
สถาบันหัวใจและปอดแห่งชาติของแคนาดา ระบุว่า หอยนางรม อุดมไปด้วยคุณค่าทางอาหาร คือเป็นแหล่งของวิตามินเอ บีหนึ่ง (ไทอามิน)บีสอง
(ไรโบฟลาวิน)บีสาม (ไนอาซิน)ซี (กรมแอสคอร์บิค) และดี (แคลซิฟีรอล) การบริโภคหอยนางรมตัวที่มีขนาดกลาง 4-5 ตัว ช่วยให้ร่างกายได้รับ
แร่ธาตุประเภท แร่เหล็ก คอปเปอร์ ไอโอดีน แมกนีเซียม แคลเซียม ซิงค์ แมงกานีส และฟอสฟอรัส อย่างไรก็ตาม อาหารดิบ อาจมีแบคทีเรีย
ผู้ที่ป่วยด้วยโรคตับ มะเร็ง โรคระบบภูมิ คุ้มกัน ควรหลีกเลี่ยงการรับประทานหอยนางรมสด


Copyright 2009 MajicIrisOnline.com All rights reserved